2) สีโปสเตอร์ ตรงข้ามกันกับสีน้ำ คือ ทึบแสง ความเข้มข้นสูง เนื้อสีไม่โปร่งเหมือนสีน้ำจึงไม่ควรผสมน้ำมากเพราะสีจะหมองและจืดจางขาดความสวยงามได้ การควบคุมสีขณะวาดจะง่ายกว่าสีน้ำเพราะการแทรกซึมน้อยกว่า ถ้าเริ่มวาดรูปหัดใช้สีโปสเตอร์จะพัฒนาเร็ว ส่วนมากวาดใส่กระดาษเช่นกัน
3) สีอะครีลิค เป็นสีที่สดใส มีความมันวาวสูงและสะท้อนแสงมาก และจะแห้งเร็วมากภายในไม่กี่นาทีหรืออาจไม่ถึงนาทีเลยในบางครั้ง ควรมีขวดสเปรย์หรือขวดน้ำหอมใส่น้ำไว้ฉีดพรมบนภาพด้วยเพื่อไม่ให้สีแห้งหากต้องการตกแต่งในส่วนนั้นต่อ และก็ควรฉีดใส่สีที่บีบไว้จานด้วยนะครับเดี๋ยวจะแห้งหมด การใช้สีอะครีลิคต้องระวังเรื่องภู่กันอย่างมาก ถ้าไม่ได้ใช้ควรจุ่มน้ำไว้ ถ้าเผลอสีจะแห้งติด ภู่กันแข็งไปหมดได้ เพราะสีอะครีลิคแห้งแล้วน้ำไม่ซึมครับ เหมาะที่จะวาดใส่ผ้าใบ (Canvas) หรือผ้าชนิดอื่นที่สามารถวาดได้ วาดใส่กระดาษได้แต่การคุมสีจะยากกว่าเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องการใช้น้ำของสีอะครีลิคบนกระดาษ เทคนิคบางอย่างจึงทำไม่ได้
4)สีน้ำมัน คล้ายสีอะครีลิคแต่จะแตกต่างกันคือ แห้งช้ามาก อาจสองสามวันหรือมากถึงหนึ่งสัปหาด์กว่าจะแห้งสนิท แต่ก็ทำให้มีเวลาแต่งภาพนานมาก การแทรกซึมของสีจะเนียนและนุ่มนวลกว่าสีอะครีลิค มันทำให้ภาพดูมีเสน่ห์กว่าในความคิดผมนะ ตัวทำละลายคือน้ำมัน อย่าเผลอผสมน้ำนะครับ แหะๆ โดยน้ำมันที่ใช้ผสมชื่อว่าน้ำมันลินสีด (Linseed Oil) หลายๆคนมักนำไปผสมน้ำมันสนซึ่งเป็นสารระเหย อันตรายต่อสุขภาพ และยังทำให้เนื้อสีเสียด้วยครับ ถ้าแห้งแล้วเอามือลูบจะมีสีติดมือออกมา ซึ่งจะทำให้อายุของภาพที่วาดลดลงตามไปด้วย ส่วนเวลาล้างสีก็อาจใช้น้ำมันสนล้างพู่กัน แต่จริงๆจะมีน้ำยาล้างโดยเฉพาะครับที่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ ผมจำไม่ได้เรียกว่าอะไร ขายเป็นแกลลอนราคาเป็นพันเลย การวาดนั้นเหมาะจะวาดบนผ้าใบเช่นกัน แต่ยังไม่เคยเห็นใครวาดบนกระดาษ ถ้าวาดน้ำมันคงซึมเต็มแน่ๆ




.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น